PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

ใช้ถุงผ้าช่วยลดโลกร้อนได้ดีกว่าถุงพลาสติกจริงหรือ? (คำตอบคือไม่และอาจจะแย่กว่าด้วย)

เนื่องจากวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา และวันที่ 8 มิถุุนายน ยังเป็นวันทะเลโลก และประกอบกับข่าววาฬกินถุงพลาสติกตายที่ประเทศไทย รวมถึง ข่าวเรื่องที่ว่าประเทศไทยขึ้นเป็นประเทศที่ถุงพลาสติกลงทะเลอันดับ 6 ของโลก (ในขณะที่ปี 2017 เราเป็นอันดับ 5 ด้วยแหละ)

ทำให้บทความประเภทลดการใช้ถุงพลาสติก ใช้ถุงผ้าแทนนั้นกลับมาเป็นกระแสบนโลกออนไลน์พอสมควร แต่เนื่องจากที่ผมเคยติดตามเรื่องนี้มาบ้างจึงอยากเปิดเผยข้อมูลอีกด้านให้ฟังกัน

เราเคยเชื่อมาตลอดว่าการใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษนั้น ดีต่อโลกมากกว่าการใช้ถุงพลาสติกมากมาย แต่จากข้อมูลหลายที่สะท้อนตรงกันว่า ไม่จริง ครับ แม้ว่าการใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษนั้นจะมีข้อดีอยู่คือเรื่องการลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะทิ้งลงทะเล แต่ในเรื่องของการทำลายธรรมชาตินั้น ถุงผ้าและถุงกระดาษทำได้แย่กว่ามากมายนัก

งั้นข้อดีของถุงผ้าหรือถุงกระดาษคืออะไร?

สำหรับผู้ที่เลือกใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษมากกว่าสิ่งที่คุณจะได้มากกว่าการใช้ถุงพลาสติกแน่ๆ คือ ลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะปล่อยเข้าสู่ธรรมชาติได้

แน่นอนครับสอดคล้องกับเหตุการณ์ขยะพลาสติกลงทะเลในไทย การใช้ถุงผ้าจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่จะปล่อยลงไปในทะเลได้มากขึ้นแน่นอน

แต่จริงๆ แล้วความน่ากลัวของถุงผ้ามันมีมากกว่านั้น นั่นคือเรื่องของกระบวนการผลิตที่ตั้งแต่เริ่มจนจบนั้นปล่อยมลพิษให้แก่โลกมากกว่าการผลิตถุงพลาสติกอีก

การใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกทำร้ายโลกมากกว่า

การใช้ถุงผ้าที่ผลิตจากผ้าฝ้ายหรือพืชอื่นๆ นั้น ในกระบวนการผลิตนั้นใช้พื้นที่ น้ำ ปุ๋ย และเคมีมากมาย รวมถึงขั้นตอนเก็บเกี่ยว แปรรูป ผลิตและเข้าสู่ตลาด กระบวนการขั้นตอนทั้งหมดนั้นปล่อยก๊าซคาร์บอนเข้าสู่บรรยากาศ (เราเรียกว่า Carbon Footprint) และทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่าการผลิตถุงพลาสติกอย่างมหาศาลด้วยซ้ำ

งานวิจัยของกระทรวงสิ่งแวดล้อมและอาหารของประเทศเดนมาร์ค ที่ออกมาเมื่อต้นปีนี้ กล่าวไว้ว่ากว่าเราจะใช้ถุงผ้าฝ้ายให้คุ้มในแง่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับถุงพลาสติก นั้นต้องใช้ในการซื้อของราวๆ 7,100 ครั้งเลยทีเดียว อ้อ แล้วก็สำหรับถ้าคนรักถุงผ้าที่ผลิตจากกระบวนการ Organic ยินดีด้วยครับ คุณต้องใช้ราวๆ 20,000 ครั้งเลยถึงจะคุ้ม

ในขณะที่ถุงพลาสติกประเภทก๊อบแก๊บ (พลาสติกนิ่ม) นั้นใช้ 1-2 ครั้งก็เรียกได้ว่าคุ้มกว่าแล้ว แม้ว่าถุงพลาสติกเหนียวบางประเภทอาจจะต้องใช้งานถึง 40-50 รอบ (พวก PP หรือ PET) แต่ก็ยังน้อยกว่าถุงผ้าเยอะอยู่ดี

ถ้างั้นแล้วถุงกระดาษล่ะ?

ถุงกระดาษนั้นมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าถุงก๊อบแก๊บพอสมควร การ Reuse ให้คุ้มนั้นต้องใช้ราวๆ 40-50 ครั้ง (พอๆกับถุงพลาสติกแข็ง) แต่ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยากกว่า เพราะความคงทนของถุงกระดาษนั้นน้อยกว่าเยอะครับ

นี่ยังไม่รวมถึงการใช้พื้นที่เพาะปลูกต้นไม้หรือปัญหาการลดพื้นที่สีเขียวของแต่ละประเทศอีก ข้อดีของถุงกระดาษก็จะมีเรื่องย่อยสลายได้นี่แหละ

แบบนี้ปัญหาขยะในท้องทะเลจะได้รับการแก้ไขเหรอ?

เราต้องยอมรับว่าปัญหาขยะในท้องทะเลมันเป็นปัจจัยอีกอันนึงที่ไม่เกิดจากการใช้ถุงพลาสติกในประเทศอย่างเดียว จุดที่ทำให้เกิดปัญหาคือวินัยในการทิ้งขยะ กับ ระบบการคัดแยกขยะและกำจัดขยะของเราต่างหากที่เป็นปัญหา บทความใน BBC ชี้ชัดเรื่องประเด็นตรงนี้

เรายังเจอปัญหาการโยนขยะลงในแหล่งน้ำทั้งในชุมชนริมแม่น้ำ หรือริมทะเล หรือแม้กระทั่งในตัวเมืองเองขยะเหล่านี้ก็จะถูกพัดออกสู่ทะเล แล้วสุดท้ายก็จะโดนกระแสน้ำพัดไปกองรวมกัน ทำให้เป็นปัญหาต่อไป

เราเจอปัญหาการไม่คัดแยกขยะและกำจัดขยะทีี่ไม่เหมาะสม เราไม่ได้มีกระบวนการ Recycle ที่ดีพอ (แต่ต้องยอมรับว่าหลังๆ ก็ดีขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมบริหารจัดการขยะบ้านเรา) เรายังมีการทิ้งขยะลงทะเลมหาศาลที่ไม่ใช่ระดับครัวเรือน

ดังนั้นผมมองว่าถ้าจะพุ่งเป้าไปแก้ไขเรื่องการทิ้งขยะลงทะเลอย่างเร่งด่วน คือการลงโทษคนทิ้งขยะลงแหล่งน้ำอย่างจริงจัง และมุ่งเป้าลดจำนวนขยะลงสู่แหล่งน้ำ (หรือการกลบฝังอย่างไม่ถุกต้อง) ให้ได้มากกว่าด้วยซ้ำครับ

แล้วตัวเลือกที่ดีที่สุดคืออะไรล่ะ?

คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ “การลดการใช้ถุงพลาสติก” และการ “ใช้ซ้ำถุงพลาสติกให้ได้มากที่สุด” จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครับ เราสามารถใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 10 รอบด้วยซ้ำ ถ้าเราใช้อย่างระมัดระวัง และแน่นอนถ้าสภาพมันเริ่มใช้การทั่วไปไม่ได้แล้ว เรายังทำให้มันกลายเป็นถุงขยะในลำดับสุดท้ายได้อีกด้วย

การใช้ถุงพลาสติกหลายๆ ครั้ง มันจะทำให้คุ้มค่าต่อกระบวนการผลิตและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดด้วยซ้ำ มากกว่าการเลือกใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษเสียอีก (แต่รู้หรือไม่ว่า สิ่งที่กระทบสิ่งแวดล้อม ตัวถุงนั้นเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง การเลือกซื้อสินค้าของเรานั้นมีผลไม่แพ้กับการใช้ถุงเลยครับ เช่นเราซื้อสินค้าที่มีกระบวนการผลิตที่ดีต่อโลกไหม?)

และผมไม่อยากให้บทความผมชี้เข้าใจผิดไปว่า เฮ้ย ใช้ถุงผ้าถุงกระดาษแล้วไม่ดีว่ะ ดังนั้นใช้ถุงพลาสติกต่อไป อันนี้ไม่ใช่เลย เราต้องลดการใช้ถุงพลาสติกให้เท่าที่จำเป็น และใช้ให้คุ้มค่าต่างหาก ดังนั้นตัวเลือกการเก็บเงินค่าถุงพลาสติกจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะถ้าเราอยากประหยัด เราก็นำถุงพลาสติกที่เคยซื้อไป กลับมาใช้ซ้ำซะ ก่อนมันจะเน่าต้องทิ้งไป (เพราะจากตัวเลขการใช้ซ้ำ 2-3 รอบก็คุ้มแล้ว)

สำหรับใครที่หันมาใช้ถุงผ้าอยู่แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้คือ อย่าซื้อถุงผ้าหรือรับถุงผ้าเพิ่ม แล้วใช้ถุงผ้าเดิมให้คุ้มค่าที่สุดครับ ใช้ให้มันจนกว่าจะอยู่ในสภาพที่ใช้งานต่อไม่ได้ และระลึกเสมอว่าถ้าเราเลือกที่จะใช้ถุงผ้าแล้วต้องใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

 

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

https://www.theverge.com/2018/5/12/17337602/plastic-tote-bags-climate-change-litter-life-cycle-assessments-environment

http://community.akanek.com/th/green/story/akanekjaja/which-one-green-bag

https://www.gov.uk/government/publications/life-cycle-assessment-of-supermarket-carrierbags-a-review-of-the-bags-available-in-2006

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: