PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

ทำไมถึงเลือกทำ Blog ในยุค Facebook ครองเมือง?

คือพอเราเปิด Blog มันก็มีคนมาถามเรานะว่า ทำไมไม่ทำเพจไปเลย ทำไมถึงเลือกทำ Blog ล่ะ สมัยนี้คนไม่คลิกเข้าเวปกันหรอกมันต้องอ่านแล้วจบในเพจไปเลยสิถึงว่าจะดีกว่า

ยุคนี้ที่ Facebook เป็นเครื่องมือหลักในบ้านเรา มันก็น่าจะง่ายกว่า

มันก็ใช่นะ ไม่ผิดอะไร และเราเองก็คิดว่าถ้าอยากให้ Reach มันออกไปเยอะๆ ทางนั้นอาจจะดีกว่า เร็วกว่า ง่ายกว่าด้วย

แต่เหตุผลจริงๆ ที่เราคิดว่าจะทำขึ้นมามันมีเหตุผลอยู่ตามนี้นะ

Facebook หรือ Social Media ทั้งหลาย ห่วยแตกมากเรื่องการย้อนหลังกลับไปอ่านหรือเก็บบทความ (Archive)

ไม่รู้คนอื่นเป็นกันมั้ย แต่ผมเป็นบ่อยมาก เวลาตอนไถๆ Facebook ได้อ่านอะไรเรียบร้อยแล้วก็ปิดไป แต่พอถึงเวลาจะค้นหามันขึ้นมาอ่านอีกรอบ

หายากบัดซบ หายากจนท้อ จนขี้เกียจจะหาขึ้นมาอ่านหรือแชร์อีกรอบเลย และเป็นบ่อยมาก

ไม่ต้องแค่อะไรนานๆ นะ แค่อะไรที่โผล่มา Feed ซักชั่วโมงก่อนแล้วเราไปค้นมาใหม่ก็หายไปแล้ว หายไปเลย มันไม่ได้เรียงตามลำดับเวลาด้วยไงยิ่งหนัก ต้องใช้แต้มบุญที่มีนึกชื่อคนโพสต์คนแชร์ให้ออกแล้วไปคุ้ยๆ เอาถึงจะได้หาอ่านได้

ซึ่งมันเกิดกับตัวเองด้วยว่าบางทีเขียนอะไรลง Status Facebook ไปแล้ว อยากกลับมาอ่านไหม ก็แทบจะหายไปเลย…. สมัยนี้อาจจะต้องมานั่งลุ้นว่า On this day มันจะเด้งขึ้นมาให้เราเห็นอะไรถึงจะพอจำได้

ดังนั้น เราเลยเปิด Blog เพราะมัน Search หาได้ มีการแบ่งหมวดและไล่ตามวันที่ได้ชัดเจน อย่างน้อย ถ้าแม่งไม่มีคนอ่านเลย ก็คิดว่าบันทึกให้ตัวเองนั่งหาเองก็ได้วะ

กระจายช่องทางหลากหลาย เพราะเราไม่รู้อนาคต Facebook จะเป็นยังไง

การเอา Content ของตัวเองแท้ๆ ไปฝากไว้ในกำมือคนอื่น (ในที่นี้คือ Facebook) ผมรู้สึกว่ามันแหม่งๆ นิดหน่อย คือการปรับ Policy แต่ละทีของ Facebook มันทำให้ปั่นป่วนเหมือนกัน

หรือมองว่าอนาคตถ้า Facebook เกิดทุกคนเลิกใช้ เราจะ Export Content ออกมายังไง?

เราเลยมองว่าในโลก Internet พื้นที่ที่ยังเหลือเป็นส่วนตัวของเรา ที่แชร์ให้คนอื่นเห็นได้ก็คือ Website นี่แหละ อย่าลืมอะไรที่อยู่บน Facebook มันมีโอกาสหายไปได้มากกว่า เพราะอยู่บน Platform เขา

ในขณะที่ Website เป็นของเรา เราจัดการอะไรได้มากกว่า รวมถึงเราแชร์ขึ้น Platform กระจายได้เยอะกว่าด้วย อนาคต Facebook อาจจะล้มหายไป มี Social Media ตัวอื่นมาแทนก็ยังคงดึงมาทางเวปเราได้ (มั้ง)

ผมอาจจะคิดผิดก็ได้นะ แต่ตอนนี้เชื่อว่าแบบนั้น Google หรือ SEO ก็ยังช่วยให้คนเข้าถึงช่องทางที่หลากหลายและนำไปแชร์ต่อได้ด้วย

เราชอบ Format ของ Website มากกว่าในการเล่าเรื่อง

คือเรารู้สึกว่าการเล่าเรื่องบางทีอยากให้มีการที่รูปแทรกไปกับเนื้อความได้ด้วย เล่าเรื่องได้ไหลลื่นไปเป็นสเต็ป จากบนลงล่างไล่ๆ ไป คนอ่าน Focus อยู่กับ Content จริงๆ มีการใช้ตัวอักษรสลับกับรูปอย่างที่เราต้องการ หรือว่ามีการใส่หัวข้ออะไรที่ดูชัดเจนแบ่งส่วนง่าย

โดยมีแค่การเลื่อนเมาส์หรือปัดจอแค่นั้น

Facebook มันจุกจิกต้องมานั่ง กดเลื่อนภาพบ้าง หรือ Read more บ้าง เราเลยรู้สึกว่าการอ่านมันขัดๆ มากกว่า

อันนี้บางทีก็ไม่แน่ใจ เพราะว่ารู้สึกว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเคยชินกับการบังคับของ Facebook มากขึ้น จนกลายเป็นว่าเวปไซต์แนวอ่านแบบนี้คนแทบจะไม่คลิกเข้ามาอ่านแล้ว เพราะอ่านพาดหัวพอจบ คอนเทนท์ที่ให้อ่านยาวๆ มันควรอยู่บน Facebook เฉยๆ

ก็ว่ากันไปสำหรับ Blog ส่วนตัวอันนี้

 

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: