PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

รู้จักกับการเถียงแบบ “แมวน้ำ” หรือ Sealioning

อันนี้ผมเพิ่งรู้และเปิดหูเปิดตามาก เลยมาเขียน Blog เล่าให้ฟังกัน

Sealion หรือ Sealioning (ผมเรียกว่าพฤติกรรมแมวน้ำละกัน) มันคือการเถียงหรือดีเบตประเภทหนึ่งที่เวลาเถียงแฝงการกระทำที่เหมือนจะต้องการคำตอบอย่างใสซื่อ แต่จะเน้นไปที่อีกฝั่งต้องหาข้อมูลและทำการบ้านมหาศาลมาตอบโจทย์แมวน้ำ โดยแมวน้ำก็ไม่ได้ที่จะรับฟังขนาดนั้น

(มีคนทักว่า Sea Lion น่าจะแปลว่าสิงโตทะเลมากกว่า…. นั่นสินะ แต่นั่นแหละ คล้ายๆ กัน)

คำอธิบายมันจะดูงงๆ หน่อย แต่ถ้ายกตัวอย่างเหตุการณ์จะประมาณว่า

A: คนที่แม่งเชื่อว่าโลกแบนเชื่อไปได้ไงวะ

แมวน้ำ: ขอโทษนะครับ อันนี้ผมไม่ได้จะขัดว่าคนที่เชื่อว่าโลกกลมผิดนะ แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าโลกแบนะครับ ด้วยเหตุผลว่าเนี่ย เรามองไปก็เห็นขอบฟ้าเป็นเส้นตรงนะ

A: มันไม่ได้ตัดสินกันแค่นั้นไง

แมวน้ำ: งั้นรบกวนแสดงหลักฐาน ให้ดูหน่อยได้ไหมครับ เพราะผมก็เลือกเชื่อแบบนี้มาตลอดนะครับ

A: *หาลิงค์ หาหลักฐาน ส่งให้นิดหน่อย*

แมวน้ำ: จากหลักฐานที่ส่งมา ผมว่าความน่าเชื่อถือไม่ค่อยดีนะครับ ผมว่ามันยังไม่ครอบคลุมพอ ตัวเลขมันยังชัดเจนขนาดนั้นครับ แถมยังมีแค่ไม่กี่แหล่งเท่านั้นเอง

พอถึงจุดนี้ A ก็อาจจะเริ่มรำคาญไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น แล้วบอกปัดๆ ไป

แมวน้ำ: การที่คุณไม่สามารถ Proof ได้ ผมถือว่า Statement ที่คุณพูดมันไม่มีหลักฐานรองรับนะครับ

A: เออๆ ขี้เกียจเถียงแล้ว จะไปไหนก็ไป

แมวน้ำ: ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะครับ ผมเพียงแต่ต้องการคุยกันด้วยเหตุผลเท่านั้นเอง ทำไมต้องหยาบคายหรือว่าตัดบทสนทนากันแบบนี้ งั้นหมายถึงว่าสิ่งที่ผมคิดก็ไม่ผิดใช่ไหมครับ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆ

พอเห็นภาพมั้ยครับ?

แมวน้ำไม่ได้ต้องการที่จะรับฟังหรือเข้าใจอะไร แต่เพียงแค่เอาการเถียงมาเป็นเครื่องมือตัวเองในการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม หรือทำให้ฝ่ายตรงข้ามเหนื่อยที่จะเถียงแทน

ที่มาของวลี Sealion หรือแมวน้ำ

วลี Sealion กับ Sealioning เท่าที่ผมอ่านจากใน Quora มา (https://www.quora.com/What-is-sealioning) คือต้นกำเนิดมาจากการ์ตูนอันนี้ครับ

I will have eggs over easy with toast, please.
Credit: http://wondermark.com/1k62/

ถามผมว่าทำไมต้องแมวน้ำ…. ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ

ซึ่งต้นทางคำตอบใน Quora ได้แสดงให้เห็นจุดสำคัญๆ ของการ Sealioning ตามนี้

ไปทั่ว ไปทุกที่ (Pervasiveness)

คือ แมวน้ำมักจะตามไปไฝว้หรือถามทุกที่ทุกพื้นที่ และไม่ยอมหายไปไหนเอง

แสร้งทำเป็น “จริงใจ” และ “สุภาพ” (Pretense to politeness and sincerity)

คือ แม้ว่าจะเหมือนดูถามสุภาพ แต่คำถามที่ถามบางทีมักจะเป็นคำถามที่มีคนตอบอยู่ตลอดเวลาแล้วอยู่ แล้วก็ไม่พยายามจะหาข้อมูลเอง หรือไม่ได้สนใจเลยว่าสิ่งที่เรายกมานั้นเหตุผลมันดีหรือเรามีประสบการณ์อะไร เพียงแค่เหมือนอยากถามอยากแย้งอะไรแบบนั้น

ต้นทาง Quata ได้วิเคราะห์การกระทำของแมวน้ำไว้ดังนี้

แมวน้ำนั้นคิดว่า (หรือจงใจ) การถามแบบสุภาพและจริงใจนั้น ทำให้คนที่ตอบทุกคนต้องพุ่งเป้าคำตอบมาที่ตัวเอง โดยต้องใช้พลังงานและความพยายามทั้งหมดในการสอนคนพวกนี้ คนพวกนี้ต้องการความสนใจ ทั้งหมดจากคุณ แต่ไม่ได้คิดจะฟังคุณแต่แรกอยู่แล้ว เพราะเค้ามองว่าเป็นหน้าที่เราต้องไปงัดให้เขาเปลี่ยนความคิดแทน ซึ่งมันเป็นรูปแบบหนึ่งของการรังควาน ไม่ได้จริงใจในการอยากรู้แต่แรก มันเป็นเทคนิคหนึ่งที่่โจมตีฝั่งตรงข้ามมากกว่า (ผมแปลคร่าวๆ นะ)

การเกิดคำว่า Sealioning ทำให้เกิดข้อเสียอีกด้วย

จุดที่น่าสนใจอีกอันคือ มีคนเห็นแย้งใน Quora ด้วยว่า Sealioning กลายเป็นคำที่ถูก Abuse ในบางที่คือการด่าคนที่ต้องการมาถามคำถามแบบจริงใจด้วย

กลายเป็นว่าคนที่ไม่รู้ และถามแบบจริงใจ (อาจจะด้วยมีความเชื่อฝังลึก หรือเข้าใจอะไรยาก) ก็จะโดนตราหน้าเป็นพวกแมวน้ำ ทำให้คนรำคาญและไม่อยากตอบคนพวกนี้ หรือรวมถึงสร้างอีโก้ของคนตอบว่า คนพวกนี้เป็นแมวน้ำแหง ก็จะเลี่ยงการดีเบตหรือการเถียงกันให้ได้คำตอบที่มากขึ้น

จึงกลายเป็นวัฒนธรรมการตราหน้า และทำให้ประเด็นที่ถกเถียงกันเปลี่ยนไปอีก

เช่น เราอาจจะกำลังคุยกันเรื่องศาสนา แต่พอฝ่ายนึงคิดว่าอีกฝ่ายกำลัง “แมวน้ำ” ใส่ตัวเองอยู่ (ทั้งๆ ที่เค้าถามบริสุทธิ์ใจ) ก็จะเริ่มรำคาญและตัดบท จากนั้นก็จะไปบอกคนอื่นว่าอย่าตอบคนนี้เลย มันกำลังแมวน้ำใส่ช่างมันไป

ซึ่งทำให้บางทีกลายเป็นคนที่เค้าอยากเข้าใจจริงๆ ไม่เข้าใจซักทีและเกิดวัฒนธรรมการรังแก (Bully) หนักกว่าเดิมอีก อะไรแบบนั้น

จุดที่น่าสนใจคือ เราอาจจะต้องแยกดีๆ ว่าคนที่เราเถียงด้วยนั้นต้องการรับฟังเราอย่างจริงใจ หรือแค่ต้องการป่วนเราไปเรื่อยเท่านั้นเอง

แล้วคุณล่ะเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กันบ้างมั้ย? หรือตัวเองเคยทำแบบนี้กับใครหรือเปล่า?

2 thoughts on “รู้จักกับการเถียงแบบ “แมวน้ำ” หรือ Sealioning

  1. ผมพบว่านอกจากจะตามไปทุกที่แล้ว คนพวกนี้ยังตามไป “ไล่ตอบทุกคอมเม้นต์” อีกด้วย เพิ่งเจอมาสองสามวันก่อนบนเฟซบุ๊ค มายัดความเชื่อฝังหัวพร้อมลิงค์มั่วซั่ว พอถามว่าถ้าแบบนี้ไม่เหมาะแล้วจะใช้แบบไหนดี พี่แกก็ไล่ไปอ่านลิงค์ของตัวเอง (ที่ไม่เกี่ยวข้อง และแน่นอนไม่มีคำตอบของคำถามว่าแล้วจะเปลี่ยนเป็นอะไร ถ้าไม่ใช้อันนี้)

    และแน่นอน คอมเมนต์แมวน้ำล่อเป้าแบบนี้คนจะค่อยๆ หมดความอดทนเมื่อจำนวนคนถามคำถามซ้ำๆ ใส่แมวน้ำเพิ่มขึ้น (ไม่ใช่แบบนี้จะใช้แบบไหน, เอาอะไรมาพูดหรือคิดเอาเอง ฯลฯ) และเริ่มกลายเป็นคำหยาบหรือนอกเรื่อง แล้วแมวน้ำจะกลับมาเพื่อประเด็นที่ตัวเองทำท่าจะพ่ายแพ้กลายเป็นเรื่องอื่นๆ แทน

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: