PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

ว่าด้วยเรื่อง “ผู้ชายต้องหาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงต้องทำงานบ้าน”

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันมีรูปที่แชร์กันใน Facebook ขำๆ เรื่องเด็กที่ทำการบ้านเกี่ยวกับบทบาทของพ่อแม่ในครอบครัว ที่แซวกันๆ เรื่องว่าเด็กมันเห็นที่บ้านไม่เหมือนที่เรียนกันมา

พอเห็นรูปนี้ตอนแรกถ้าไม่คิดอะไรก็เป็นโพสต์สนุกๆ ขำๆ แต่เรื่องมันเริ่มบานปลายเมื่อมีคนแสดงความคิดกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝั่ง ก็คือฝ่ายแรกคิดว่าการที่เฉลยแบบนี้มันโลกแคบมาก อีกฝ่ายคือมองว่าการสั่งสอนให้เด็กเข้าใจอย่างถูกต้องนั้นสำคัญกว่า

42622703_10217133130148881_1533566198145351680_n

ที่มา:

พอดีผมเห็นประเด็นนี้เหมือนกัน ก็เลยมี Tweet ไว้ ตอนแรกว่าจะคิดว่า Tweet สั้นๆ แต่ไปๆ มาๆ ทวิตติดกันเลยยาวไปเลย เพราะมันมีหลายประเด็นที่ต่อเนื่องกันและน่าสนใจไว้ด้วย

เกริ่นไว้ก่อนว่าบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด หรือว่าไม่อิน แต่ขอบอกว่าเป็นความคิดที่เราคิดแบบนี้เสียมากกว่า

ต้นทาง (แปะไว้เผื่อโดนลบในอนาคต)

ด้านล่างเป็นข้อความ ตอนแรกจะคิดว่าสั้นๆ ไปๆ มาๆ ยาวเฟื้อยเลยขอเอามาลง Blog ไว้ด้วยดีกว่า ข้อความด้านล่างก๊อปมาจาก Tweet ทั้งหมดเอามารวมกันครับ

ส่วนตัวเชื่อว่าคำพูด “ผู้ชายต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงต้องทำงานบ้าน” เกิดจากการปลูกฝังทางการศึกษามากกว่า Pure Genetic ลองเปลี่ยนเป็น “คนในครอบครัวมีการตกลงแบ่งหน้าที่ตามการตกลง” หรือ “ผู้ปกครองไม่ว่าจะเพศใดอาวุโสเท่าใดย่อมมีหน้าที่เลี้ยงดูบุตร” ทัศนคติเด็กอาจจะเปลี่ยน”

ปัญหาคือถ้าเราไปปลูกฝังเด็กว่า “พ่อต้องทำงาน แม่ต้องทำงานบ้าน” เด็กบางบ้านที่กลับกันพ่อเป็นคนอยู่บ้านปุ๊ป เด็กจะรู้สึกว่า “ครอบครัวชั้นผิด” แต่จริงๆ ไม่ได้ผิดอะไรเลย คือแม้ว่าพ่อแม่จะอธิบายยังไง เด็กไปเจอแบบเรียน เจอสังคม เด็กก็งง เอ้ะ สรุปพ่อแม่กุแถนิหว่า ไรงี้

หลักๆ เลยจะคิดว่าอะไรผิดถูก มันต้องมองย้อนไปก่อนเลยว่า แนวคิด “พ่อต้องทำงาน แม่ต้องทำงานบ้าน” มันเก่ามากกกกกกก จนสังคมมันไปขนาดไหนแล้ว นี่ยังไม่ได้ไปคุยเรื่องครอบครัวที่เติบโตมาแบบ ไม่สองเพศมาตรฐานอีกนะ เช่น ผู้ปกครองเพศเดียวกัน หรือ มีพ่อมีแม่มากกว่า 1

การเปิดกว้างทางบทบาทในครอบครัวที่เป็นขั้นแรกที่จะเปิดใจเจออะไรอีกเยอะ นอกจาก LGBT ในระยะอันใกล้ที่เราเห็นแล้ว อนาคตมันสามารถมองไปถึง Polygamy ก็ได้ ตราบใดที่ทุก Party มี Consent ที่โอเคกันหมด (โดยไม่ได้มี Status Quo มากดดันนะ) เราว่ามันไม่ได้ผิดอะไร

ในมุมนึง ก็อยากให้คนที่ Liberal ด้านนี้ เปิดใจมองคนยุคเก่าว่าเค้าไม่ได้ “มีความคิดดักดาน” หรือ “เลวทราม” มันเป็นความคิดที่ Shape มาจากสังคมที่เติบโตตอนนั้น เราช่วยกันปลูกฝังความคิดดีๆ ดีกว่าไปค่อนขอดหรือไปเหยียดเขา แบบนั้นสังคมมันไม่ไปไหนหรอก เค้ายิ่งคิดว่าเราก้าวร้าวด้วยซ้ำ

คนที่บ้าๆ บอๆ ประเภทไม่รับฟังมันมีอยู่จริง เราใช้ขันติเข้าสู้อะ ไม่งั้นการทะเลาะกันมันบานปลายแน่นอน แล้วสุดท้ายต่างฝ่ายจะเกลียดกันลึกแล้วคิดว่า อีกฝั่งก้าวร้าว บางทีเรานั่งมองคนสองกลุ่มนี้ทะเลาะกัน ไม่ได้มีอะไรไกลมากเลย แค่ทุกคนอยากโชว์ “ความดี” ในความคิดตัวเอง

แทนที่จะมาตีกันว่า “ความดี” ของใครนั้น “ดีแท้ประเสริฐกว่า” บางทีเราใจเย็นลงมานั่งจับเข่าคุยกันก่อนกว่า “ความดี” ที่ต่างฝ่ายต่างมองนั่นคืออะไร แล้วปรับเข้ากันได้ไหม บางครั้งการทะเลาะกันรุนแรง จบด้วยการนั่งกินกาแฟด้วยกันด้วยสติ ลดอีโก้ลง ลงอารมณ์ลง นะจ้ะ <3

ไม่รู้คนอื่นคิดยังไง เห็นยังไงลองมาพูดคุยกันได้ครับที่เพจก็ได้นะครับที่ https://www.facebook.com/PolarKenBlog/

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: