PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

Review รีสอร์ท Chevin Khaoyai ความส่วนตัวที่เขาใหญ่

ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 23-25 มีนาคม ผมได้แว่บไปพักผ่อนที่เขาใหญ่มาครับ รู้สึกว่าร่างกายต้องการสถานที่สงบๆ ซักนิดหนึ่ง

โจทย์ที่อยากได้ในใจคืออยากได้ที่พักที่เน้นพักผ่อน ไม่ต้องใกล้ที่เที่ยวขึ้นชื่อเขาใหญ่เพราะนี่ก็เป็นเขาใหญ่รอบที่ 3 ละมั้ง อยากได้บรรยากาศส่วนตัว จะเน้นไป Weekends Getaway นั่นแหละ โดยเดินทางไปกับแฟนสองคน

นั่งหาที่พักไปเรื่อยๆ บน Agoda (ราคาที่พัก Off-season นี่มันถูกดีจัง) ก็ไปเจอที่นี่ครับ ชีวิน เขาใหญ่ หรือ Chevin Khaoyai เหมือนจะเปิดได้ไม่นานด้วย ดูจากรีวิวยังน้อยอยู่

Chevin KhaoYai (ชีวินเขาใหญ่)

Website: หาไม่เจอง่ะ

Agoda: https://www.agoda.com/chevin-khaoyai/hotel/khao-yai-th.html

FB page: https://www.facebook.com/ChevinKhaoyai/ (แนะนำให้เข้ามาดูรูปเพิ่มเติมจากในนี้ครับเยอะมาก)

Google Maps: https://goo.gl/maps/8MiVjXrvXPU2

ผมได้จองที่นี่จากการติดต่อตรงกับคุณเบนผ่านเบอร์ที่อยู่ใน Facebook page นะครับ

ที่พักของ Chevin Khaoyai จะไม่ได้อยู่ที่ธนะรัชต์ แต่จะอยู่ตรงเส้น 2235 เลยจากตัวถนนธนะรัชต์มานิดนึง การขับรถจากกรุงเทพ ทำได้สบายๆ แต่ทางก่อนเข้าที่พักซัก 200 เมตรยังเป็นลูกรังหลุมนิดหน่อยครับ ถ้าขับไม่เร็วก็ไม่อันตราย แต่บริเวณโดยรอบที่พักตอนกลางคืนมืดเอาเรื่องอยู่

จากเท่าที่ดูเหมือนเป็นแปลงที่ดินแล้วจัดทำบ้านหลังเล็กๆ ขึ้นมาเอง อยู่ค่อนข้างไกลจากแหล่งท่องเที่ยว แต่ข้อดีคือได้บรรยากาศที่ผมว่าแถวๆ ถนนธนะรัชต์ให้ไม่ได้อยู่เหมือนกัน

ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก คิดซะว่าลองของใหม่ดู แต่ปรากฎว่าไปถึงแล้วเหนือคาดเหมือนกัน รูปทั้งหมดถ่ายด้วย Pixel 2 XL ไม่ได้ปรับแต่งอะไรนะครับ รูปไม่ได้เน้นรีวิวมากเลยไม่ได้ถ่ายมาทุกมุมเน้อ

แต่มาถึงแล้วก็รู้สึกว่า เออ สวยว่ะ

ผมไปถึงคืนแรกก็ค่อนข้างเกือบเย็นละ (ออกจากกรุงเทพบ่ายๆ ได้) ส่วนของรีสอร์ทจะเป็นบ้านหลังๆ ทั้งหมดครับ โดยมี 2 แบบให้เลือกคือ Deluxe Villa และ Villa Suite ครับ แบบ Villa Suite จะแพงกว่าและมีขนาดใหญ่กว่าและผมเลือกเพราะว่ามีกระจก Panorama ในห้องนอนให้เห็นเต็มๆด้วย

คุณเบนและภรรยาออกมาต้อนรับผมกับแฟน รีสอร์ทที่นี่ดูแลโดยเจ้าของเองทั้งสองท่าน (ตอนที่ผมไปอะนะ) บรรยากาศจะเป็นกันเองมากๆ ครับ โดยที่รู้สึกได้เลยคือที่นี่สงบ และส่วนตัวพอตัวเลย

ลานตรงกลางที่เป็นสวนสามารถออกมาเดินออกกำลังกายหรือปั่นจักรยานได้ครับ จะเห็นคุณเบนปั่นจักรยานไปมาบ่อยๆ ด้านขวามือที่เป็นหลังคาตรงนั้นเป็นที่พักคนงาน และมีโรงเลี้ยงไก่และผักสวนครัวด้วย อนาคตคุณเบนจะมีทำเครื่องเล่นออกกำลังกายเพิ่มขึ้นครับ ตอนนี้เห็นบันไดโหนออกกำลังกายตอนเช้าได้ด้วย (ในรูปด้านขวาใกล้ๆ ที่นั่ง)

พอรับกุญแจเข้าที่พักเก็บของ ก็เห็นคุณเบนเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าจัดแจงปูโซฟาให้ ก็ได้เวลามานั่งเหยียดขาพักเหนื่อยที่ดาดฟ้าซักหน่อย อากาศตอนนั้นกำลังดีเลยไม่ร้อนครับ ส่วนร่มที่มัดไว้อยู่นั้นคุณเบนขอความร่วมมือไม่ให้กาง เพราะว่าเคยกางแล้ว ช่วงลมกรรโชกมา มันปลิวไปกับลมเลยครับ เดี๋ยวจะร่วงลงมาทำความเสียหายได้…. Design Flaw นั่นเอง (ฮา)

โดยปกติผมโดนยุงแทะง่ายมาก แต่ตอนที่ไปไม่เจอยุงแฮะ คุณเบนบอกว่าที่นี่ไม่ค่อยมียุง ยิ่งดึกๆ นี่แทบไม่มีเลย แต่กระนั้น เตรียมยากันยุงเผื่อๆ ไว้ฮะ

Highlight แรกที่ผมชอบที่นี่คืิอดาดฟ้าที่รับวิวได้เต็มที่

(เต็มๆ ตีนข้าพเจ้าเลย) โซฟานอนอืดดูวิวโคตรชิล ใครชอบมานั่งอ่านหนังสือหรือเปื่อยถือว่าสุดยอดอยู่ หรือใครชอบนอนมองท้องฟ้าพระอาทิตย์ตกดินนี่สุดยอดอยู่ และถ้าเป็นกลางคืนก็เห็นดาวด้วยครับ แม้ว่าจะมาช่วงปลายมีนา แต่โชคดีอากาศเย็นสบายมาก นี่ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวจะเป็นยังไง คงแจ่มกว่านี้มาก หรือไม่ก็หนาวตายแทน (ฮา)

เนื่องจาก Villa Suite ด้านผมอยู่ตรงกลางหลังแรกพอดี มองไปด้านซ้ายจากดาดฟ้าก็จะมีบ้าน Villa Suite หลังอื่นด้วย ส่วนถ้าด้านขวาจะเป็น Deluxe Villa บ้านปลายสุดนั้นมีแขกอาศัยอยู่ เปิดไฟบันไดครับ (ตอนแรกอยากได้บ้านหลังนั้น แต่มีคนพักละเลยเอาบ้านกลางวิวดีที่สุดดีกว่า)

ส่วนของ Lobby ตรงกลางก็จะเป็นตึกครัวเล็กๆ ไม่มีแอร์อะไร แต่อากาศดีมาก มานั่งกินกาแฟหรืออะไรชิลๆ ได้เลย อาหารเช้าก็มาทานตรงนี้ด้วย อ้อ WiFi จะปล่อยออกมาจากส่วนกลางตรงนี้นะครับผม ปัจจุบันยังไม่มี WiFi แยกห้องนะครับ (ไม่รู้อนาคตจะเพิ่มไหม แต่หลังผมเล่นได้สบายๆ เพราะติดอยู่กับส่วนกลาง

อย่างที่บอกไปว่าผมพักแบบ Villa Suite จะเห็นห้องใหญ่ เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องนั่งเล่น ห้องจะพาดเป็นแนวยาวไปจนถึงห้องนอน มีกระจกไปตลอด ออกแบบสไตล์ Loft (รึเปล่าวะ?) ปูนดิบสวยงามดี ส่วนตัวผมชอบแบบนี้อยู่ละ (+1 คะแนนให้เฟอร์นิเจอร์ IKEA หลายชิ้น เฮ่)

ลงมาที่ห้องพักกันบ้าง ส่วนแรกจะเจอห้องนั่งเล่นเลย มีทีวีให้พร้อมดูพวก Digital TV ได้ (แต่ไม่มีเครื่องเล่นดีวีดีแฮะ) โซฟาด้านซ้าย สามารถพับราบลงไป Sofa Bed ได้ ฟิน มินิบาร์จะอยู่ด้านหลังผมในจุดที่ผมยืนถ่ายรูป จะมีตู้เย็นเล็กๆ และกาแฟให้

ถ้าจะให้ตินิดหน่อยคือห้องนั่งเล่นปลั๊กไฟน้อยไปนิดครับ ตรงโต๊ะใต้ทีวีไม่มีรูปลั๊กเลย (คือจริงๆ มันมีหลังทีวีอะ แต่มันติดทีวีไงเสียบไม่ได้) โชคดีผมเอาปลั๊กพ่วงมาด้วยไม่งั้นไม่พอชาร์จ Nintendo Switch ที่หยิบมาเล่นด้วย อิอิ

ส่วนที่เจ๋งต่อมาก็อ่างแช่ตัวนี่แหละ

จุดที่ฟินอีกอย่างคืออ่างอาบน้ำที่นี่ครับ ใหญ่มากๆๆๆ นอนหลับสบายเลย ผมตัวใหญ่ๆ ยังลงไปนอนราบกับหลุมเหยียดขาสบายๆ แต่เวลาเติมอย่าเติมน้ำร้อนมากๆ อย่างเดียวแล้วค่อยผสมน้ำเย็นนะครับ น้ำอุ่นอาจจะหมดก่อนได้ เพราะใช้ระบบหม้อต้มไม่ใช่เครื่องทำน้ำร้อน ฉะนั้นให้บิดจนน้ำอุ่นพอดีๆ แล้วใส่ให้เต็มจะดีกว่า

อ้อฝักบัวด้านข้างมี หัวแบบ Rain Shower ด้วยนะ แต่น้ำไม่ค่อยแรงเท่าไร

ส่วนของห้องนอนก็ใหญ่กว้างขวางดี ด้านหน้าเป็นเก้าอี้เอาไว้มานั่งดูวิว เดี๋ยวดูรูปตอนตื่นนอนจะเห็นภาพครับ

พอเข้าเช้าวันรุ่งขึ้น ผมบอกตรงๆ เลยนะนี่แหละคือ Highlight ของที่พักที่นี่่อีกอย่างหนึ่งสำหรับผมเลย

กระจก Panorama ที่รับวิวได้เต็มเหนี่ยวเป็นอะไรที่ประทับใจพอตัว

ตื่นมาเจอวิวแบบนี้แหละครับ กระจอกรอบด้านเลยจริงๆ มองเห็นทุ่งทอดยาวออกไปปลายเตียง ให้ความรู้สึกอลังการอยู่ ตรงบานขวามือเปิดออกไปเป็นระเบียงไปยืนสูดอากาศได้ครับ

ด้วยความที่หน้าต่างจะทอดตลอดแนวทางเดินของตัวบ้าน ทำให้ช่วงเช้าแสงอ่อนๆ จะเข้าบ้านมาเต็มๆ เลยครับ แดดจะไม่ส่องเข้ามาเพราะว่าห้องหันเข้าทางทิศตะวันตกพอดี

จากนั้นก็ออกไปทานข้าวสายๆ 9 โมงได้ (ที่นี่ทานข้าว 7 – 10 โมงมั้ง ถ้าจำไม่ผิด)

สลัดปลูกเอง พร้อมน้ำสลัดทำเอง กรอบอร่อยมาก

อาหารเช้าเปิดมาด้วยสลัดผัก ความเจ๋งคือสลัดผักจานด้านบนนี้เป็นผักสลัดปลูกเอง (จำที่ผมบอกได้ป่ะ ริมๆ เป็นแปลงผักอะ) กรอบและหอมมาก เออ มันเรียลมาก

จากนั้นจานหลักจะมีให้เลือกเป็น อเมริกัน เบรคฟาสต์ (ไส้กรอก ไข่ดาว ประมาณนั้น) และข้าวต้มหมูครับ ซึ่งผมหน้าด้านขอเค้าทั้งคู่เลย…. อยากลองกินอะ

ข้าวต้มหมูที่นี่ใช้ข้าวกล้องด้วยอะ… อลังการเชียว ใครที่อยากกินอาหารที่แบบทำกันเองนี่ผมแนะนำเลยนะที่นี่

แต่หลายรีวิวที่บอกว่าที่นี่อาหารเช้ามีให้น้อย ต้องยอมรับว่าน้อยไม่เท่าพวกโรงแรมจริงจัง ที่มีไลน์อาหารเช้าชัดเจน แต่ส่วนตัวผมไม่ได้ติดปัญหาอะไรนะ กินอิ่มสบายดี อร่อยด้วย

จากนั้นผมก็มานอนเล่นเกมที่ห้องรอคุณแฟนทำธุระส่วนตัว ด้วยการที่หน้าต่างมันรับวิวตลอดเวลา บอกตรงๆ ดูโปร่งสบายดีจริงๆ ถ้าใครอินกับอากาศด้านนอกกว่า ก็ปิดแอร์แล้วเปิดหน้าต่างรับลมก็ได้นะครับ น่าจะสบายอีกแบบ แต่ผมเปิดแอร์รับวิวอย่างเดียวนี่แหละ

วันที่สองผมตื่นสายไปหน่อย จากนั้นก็แวะไปแถวโบนันซ่า ขับรถเล่น หาอะไรกิน แต่ไม่ได้ทำอะไรมาก เข้าที่พักมากลางคืนขึ้นไปนอนเล่นดาดฟ้าดูดาวเล่นๆ รับอากาศเย็นๆ

วันที่สามเลยตัดสินใจตื่นเช้าขึ้นซัก 7 โมงเพราะคุณเบนบอกว่าให้มาเดินรับอากาศตอนเช้าดู จะได้อากาศดีๆ กลับไปบ้าง

กาแฟในห้องเป็นกาแฟ Grind แล้วให้กินแบบ French Press ด้วย หอมหวลเลยทีเดียว คุณเบนและภรรยาเล่าให้ฟังว่าตระเวนกันสองคนไปลองชิมแต่ละไร่จากดอยช้างด้วยตัวเอง จนได้เมล็ดที่ถูกใจเอามา Grind ให้คนมาพักทานกัน

ว่าแล้วก็ลองซักหน่อย ตื่นมาไปเดินเล่นดูโซนเลี้ยงไก่กับปลูกผักครับ

ตื่นเช้ามาออกมาเดินเล่นที่สวนเรียกเหงื่อ พอมองย้อนกลับไปก็ได้มุมนี้มา จะเห็นได้ว่าบ้านทุกหลังกระจกจะรับวิวสวนหมดครับไม่ได้บังกันเลย อากาศสดชื่นจริง แม้ว่าที่มองไปเห็นหมอกๆ นั่นไม่รู้หมอกหรือฝุ่นควันช่วงนี้

อันนี้แปลงสลัดที่ได้กินกันมื้อเช้านี่แหละครับ มาเก็บจากมือตรงนี้ไปกินกันเลยวันต่อวัน

สวนผักแบบนี้ลองถ่ายรูปดีๆ ก็สวยดีนะ

เล้าไก่ด้านหลัง ตัวเบ้อเริ่มเลยวุ้ย…. ลืมถามแฮะว่าไข่ที่กินคือพวกนี้ หรือว่าจะกลายเป็นไก่เนื้อด้วย…. กะต๊าก

ส่วนเดินๆ ไปจะมีต้นมะละกอ ต้นกล้วย อะไรเยอะแยะเต็มไปหมดเลย ยังไม่โตเต็มที่เท่าไร แต่อนาคตนี่น่าจะพร้อมมีอะไรกินตลอดเวลาจริงๆ

ส่วนแปลงดอกไม้นั้นก็ยังไม่ใหญ่เต็มพื้นที่แปลง แต่ถ่ายรูปก็สวยดีนะ รูปด้านล่างมืดไปหน่อย ผมยังไม่ได้รับแสงอะไรเลย

สรุปโดยรวม ประทับใจมาก และอยากกลับมาอีก

ผมค่อนข้างพอใจมากเลยกับที่พักนี้นะ มาหาที่พักผ่อนรับอากาศดีๆ ไป เนื่องจากว่าคุณเบนและภรรยาดูแลผมดีมากเลย เลยมาเขียนไว้ ใครที่ชอบสายสุขภาพ กาแฟ หรือปั่นจักรยานมาคุยกับคุณเบนเนี่ยรับรองคุยกันยาวเลย

รีวิวนี้ผมเขียนขึ้นมาเพราะประทับใจคุณเบนที่ต้อนรับเราอย่างดี และคิดว่าน่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับคนที่สนใจครับ สิ่งที่ผมรู้สึกได้อย่างหนึ่งคือคุณเบนและภรรยาดูมีความสุขกับการทำรีสอร์ทที่นี่ และรู้สึกการต้อนรับที่อบอุ่น

จุดอ่อนของ Chevin Khaoyai น่าจะเป็นเรื่องของที่ไม่มี Facility อะไรมาก ไม่มีพวกสปา ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ อาหารเลิศรส หรือ Lobby อลังการอะไรแบบนั้น ถ้าใครอยากจะได้อารมณ์แบบนั้นที่นี่อาจจะไม่ใช่คำตอบทีเดียว

แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องการที่พักเล็กๆ เงียบๆ สงบๆ สบายๆ วิวดีๆ มานั่งอ่านหนังสือหรือ Weekends Getaway มาเติมไฟให้ชีวิตเบาๆ ผมว่าที่นี่ตอบโจทย์มาก

ตัวรีสอร์ทนั้นเสร็จดีสำหรับการเข้าพักแล้ว แต่น่าจะยังมีการต่อเติมเพิ่มเติมอะไรเรื่อยๆ โดยเฉพาะส่วนของแปลงผักนี่แหละ

ยังไงก็ลองกันดูครับ 🙂

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: