PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

เล่าประสบการณ์เหลืออดย้ายค่าย dtac พร้อมกัน 5 เบอร์ที่ใช้มานานกว่า 10 ปี

เมื่อวานผมได้ไปจัดการย้ายค่าย dtac 5 เบอร์พร้อมกัน โดยที่แต่ละเบอร์ใช้งานมามากกว่า 10 ปีทั้งสิ้นครับ เนื่องจากอดทนไม่ไหวแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ผมได้ไประเบิดลงบน Twitter มา ใครสนไปตามอ่านเบื้องต้นกันได้ที่ https://twitter.com/i/moments/1015115442388545537

Entry นี้อาจจะยาวพอตัว เป็นทั้งการบ่น การเล่าเรื่อง และบันทึกให้กับตัวเอง และเป็นการสรุปการเดินทางมากับ dtac ที่เนิ่นนาน จนให้โอกาสมาตลอดและสุดท้ายเกิดการย้ายค่ายรวดเดียว 5 เบอร์ที่ใช้ประจำเพราะเกิดความทนไม่ไหวแล้ว ของแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียว จากลูกค้าที่เคยไว้ใจจนมาเป็นลูกค้าที่รังเกียจแบรนด์มาก

ก่อนจะไปไหนไกลผมขอเท้าความเล่าถึงการใช้งานเบอร์โทรศัพท์มือถือของที่บ้านก่อน

ที่บ้านผมมีเบอร์โทรศัพท์มือถือทั้งหมดราวๆ 20 เบอร์ เนื่องจากคุณพ่อชอบเก็บเบอร์สวยไว้สมัยก่อน และชื่อจดทะเบียนทั้งหมดเป็นชื่อคุณพ่อ แต่การใช้งานกระจายกันไปแล้วแต่คน (ยกเว้นเบอร์ผมเองที่ย้ายมาเป็นชื่อผมเรียบร้อยแล้ว)

เบอร์จะกระจายไปค่ายต่างๆ โดยเท่าที่ทำประวัติก่อนหน้านั้นอยู่ที่ AIS 8 เบอร์ True 5 เบอร์ dtac 7 เบอร์ ที่ก่อนหน้ามีระบบย้ายค่ายเบอร์เดิม

ซึ่งเบอร์ทั้งหมดเป็นเบอร์สวย และอายุใช้งานเกิน 10 ปี เกือบทุกเบอร์ เรียกได้ว่าใช้งานกันมาตั้งแต่ GSM Advance, GSM1800, Dprompt, Happy, Orange, Hutch มากันหมด (ลืมๆ ไปหมดแล้วมีอะไรต่างกันยังไงบ้าง)

ตั้งแต่ผมเด็กๆ เรื่องบิลโทรศัพท์ จะเป็นบิลกระดาษส่งมาที่บ้าน แล้วทางพนักงานบัญชีที่บริษัทจะไปสรุปยอดดูให้แล้วให้ทางที่บ้านเบิกให้เมสเซนเจอร์ไปจ่ายมาตลอด

โดยเบอร์ dtac นั้นคนใช้จะเป็น คุณแม่ คุณปู่ พี่สาว และเบอร์ของพนักงานครับ ซึ่งคุณแม่เป็นแฟนพันธุ์แท้ dtac ใช้ประจำตัวสองเบอร์ และชอบการบริการของ dtac มาตลอดในอดีต (ใครจำสมัยซิกเว่ได้ ยุคนั้นผมยกให้พนักงาน dtac คือโคตรเบอร์หนึ่งของงานบริการ)

เวลาผ่านไป มีการย้ายค่ายเบอร์เดิมได้ แต่คุณแม่ก็ยังจะใช้ dtac ต่อไป เพราะก็ยังคิดว่า dtac ดีที่สุดสำหรับเค้าเนื่องจากใช้กันมานาน และคิดว่าการย้ายค่ายนั้นยุ่งยากวุ่นวาย

ปัญหามันเริ่มเกิดกับ dtac ตรงไหน?

ปัญหาแรกเรื่องเน็ท

เนื่องจาก ผมและคุณพ่อใช้ AIS กับ True เป็นหลัก เวลาไปกินข้าวแล้วหยิบมือถือมานั่งเล่นไม่ว่าจะไปห้างไหนก็ตามในกรุงเทพ ซักปีที่แล้วได้ ผมเล่นเน็ทได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร

คุณแม่ที่ใช้ dtac นั้นหงุดหงิดและโหลดไม่ได้อย่างประจำและเห็นได้ชัด

ยุคที่ก่อนการติด Social Network เป็นเรื่องปกติไปทั่ว การที่เน็ทช้านิดหน่อยอาจจะไม่หงุดหงิด แต่หลังๆ คุณแม่ชอบดูวิดีโอเยอะมากและสิ่งที่เกิดขึ้นกับ dtac คือ “มันหมุนแล้วไม่โหลด”

ถ้าจะบอกว่าเป็นที่เครื่อง? บอกได้เลยเป็นไปไม่ได้ เพราะเบอร์ dtac คุณแม่นั้นใช้ 2 เบอร์ และพกไปไหนมาไหนด้วยกัน และมันไม่โหลดทั้งสองเครื่องครับ

คุณแม่ทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากว่า ลองย้ายค่ายเบอร์นึงเป็น AIS ได้มั้ย อยากลองดู เพราะเห็นผมกับคุณพ่อเล่นเน็ทไม่มีปัญหาอะไร จึงดำเนินการย้ายค่ายให้ หนึ่งเบอร์ก่อนเมื่อปีที่แล้ว

(จริงๆ มีดราม่าด้วย พนักงานพยายามยื้อคุณแม่ไม่ให้ย้าย ด้วยการโกหกสารพัดสารเพ ทั้งบอกว่าวันนี้ทำไม่ทันแล้ว มีการติดเงื่อนไขย้ายไม่ได้ จนผมต้องอ้างคำ กสทช. ว่าลูกค้ามีสิทธิ์ย้ายค่าย แม้ว่าจะติดสัญญาครับ ดังนั้นอย่าโดนค่ายมือถือหลอกนะ แต่ถ้าใครได้โปรลดค่าเครื่องต้องชดใช้ส่วนต่างคืนไป)

และนั่นทำให้คุณแม่ค้นพบว่าการย้ายค่ายนั้น ทำได้ง่ายและเร็วมาก เค้าจึงมีความคิดแล้วว่าเค้าจะไม่ทนกับ dtac อีกต่อไป ถ้ามีปัญหาอีก

ตั้งแต่การย้ายค่ายวันนั้นเกิดขึ้น เบอร์อีกอันหนึ่งที่ใช้ dtac เค้าทิ้งไว้ที่บ้านเลยครับ ไม่แบกใส่กระเป๋าให้หนักอีกต่อไป เพราะมันช้าไม่ทันใจ (แม้ว่าหลังๆ อาจจะดีขึ้น แต่เค้าไม่สนละ ทิ้งไว้บ้านเลย)

ปัญหาที่สองเรื่องบริการ

อย่างที่บอกว่า dtac เคยเป็นค่ายอันดับหนึ่งในการบริการสำหรับบ้านผม ค่ายที่ระยำต่ำบอนสมัยก่อนมากคือ true ครับ แต่เราเห็นพัฒนาการขึ้นมาตลอดจริงๆ ส่วนการบริการที่ผมชอบมาแต่ไหนแต่ไรคือ AIS ไม่เคยมีปัญหาเลยซักครั้ง (แต่ของแบบนี้ต่างกรรมต่างวาระนะ)

แต่ dtac หลังๆ บริการห่วยลงเยอะมาก โดยเฉพาะ Call Center ที่เคยคุยง่าย กลายมาเป็นหุ่นยนต์ที่โต้ตอบตาม Script อย่างเดียว ผมก็พอเข้าใจว่าอาจจะวางระบบให้ทำงานกันง่ายขึ้น แต่กลายเป็นว่าบางทีคุยไม่รู้เรื่อง และความจริงใจในการคุยแย่ลงมาก

แต่ที่ระยำที่สุดคือ “พนักงานชอบรับเรื่องไปแล้วไม่ทำ หรือทำไม่ครบ” ผมเคยเจอตั้งแต่เปิด Roaming ให้คุณแม่ แล้วพนักงานไม่เปิดให้ โทรไปเปลี่ยนโปรโมชั่น แล้วไม่เปลี่ยนให้

โทรไปตามเรื่อง สิ่งที่ได้รับจากพนักงานอีกคนที่รับเรื่องคือ “ไม่เห็นมีการร้องขอในระบบนะคะ” อ้าว ชิบหาย ที่โทรไปก่อนหน้านี้คืออะไร

หลังๆ คือเจอบ่อยมากเรื่องนี้ ผมไม่รู้ปัญหามันคืออะไร พนักงานไม่ทำ หรือพนักงานทำแล้วระบบคุณห่วยแตกจนไม่สามารถดำเนินการได้หรืออะไร แต่มันกระทบกับ User Experience หนักๆ เลย

Call center คุณก็ไม่ได้ติดต่อง่าย กว่าจะติดต่อได้ พอติดต่อได้เรื่องหายไป แบบนี้มันไม่โอเคเลย แล้วมันน่าหงุดหงิดมากนะ

ปัญหาที่สามเรื่องบิล (และเป็นปัญหาที่ทำให้ทุกอย่างมันพังทั้งหมด)

ผมและคุณแม่มีปัญหาเรื่องบิลกับ dtac ทั้งหมด 5 รอบได้ (อาจจะเยอะกว่านี้ด้วย ไม่นับครั้งย่อยๆ)

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ยุค E-bill เริ่มเข้ามา การลดค่าใช้จ่ายด้านกระดาษเป็นอะไรที่เข้าใจได้สำหรับค่ายโทรศัพท์ แต่ละค่ายมีโปรโมชั่นจูงใจในการให้เลิกใช้บิลกระดาษ ไม่ว่าจะแถมเน็ทหรือได้แต้มพิเศษว่ากันไป

AIS กับ True มีเคยถามเราอยู่ แต่ทางคุณแม่ก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง เพราะอย่างที่บอกว่าระบบการจัดการแบบนี้นั้นง่ายกับเรากว่า และ E-mail นั้นไม่มีเวลาเช็ค และทั้งสองค่ายนี้ถามทีเดียวจบไม่มีการถามอีก เว้นแต่บางทีไปศูนย์ช่วงไหนมีนโยบายก็มีถามบ้าง แต่เราไม่เอาเค้าก็ไม่ได้มายุ่งอะไร

แต่ dtac เป็นค่ายเดียวที่บังคับเปลี่ยนเป็น SMS โดยไม่ได้มีการขอยินยอมมาก่อน อยู่ๆ ก็บังคับเปลี่ยน แล้วบิลกระดาษก็หายไปจากสารบบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือกลายเป็นเราค้างหนี้ไม่ได้จ่าย และเบอร์โดนระงับ ซึ่งมารู้ตัวตอนคุณปู่จะโทรไปคุยธุระ แกก็บอกว่าโทรศัพท์ไม่ได้จนเป็นเรื่องขึ้นมา เพราะคุณปู่แกจะคุยธุระสำคัญ และคุณปู่ผมอ่านไทยไม่ได้ และไม่เคยกดอ่าน SMS ใดๆ ทั้งสิ้นอยู่แล้ว

รอบนั้นทางคุณแม่เลยโทรไปเคลียร์ให้เรียบร้อย (ผมยังไม่ได้เข้ามาจัดการตรงนี้เนื่องจากทำงานข้างนอกอยู่ยังไม่ได้กลับมาช่วนที่บ้าน) ยืนยันเจตจำนงว่า เราต้องการบิลกระดาษเหมือนเดิมตลอดไป และไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนเป็น SMS หรือ อีเมล์อย่างเด็ดขาด โดยชื่อที่จดทะเบียนคุณพ่อทั้งหมดให้เป็นกระดาษทั้งหมด

พนักงานรับเรื่องไว้ กล่าวว่าเป็นปัญหาของทางระบบ ยินดีจะแก้ไขให้ และนั่นคือการดราม่า “ครั้งแรก”

การดราม่า “ครั้งที่สอง” เกิดจากเปลี่ยนเป็นบิลกระดาษให้ไม่ครบทุกเบอร์ โดยเปลี่ยนให้แค่เบอร์ที่โทรไป เลยต้องโทรไปตามเรื่องให้เปลี่ยนทั้งหมด ซึ่งมันไม่ควรใช่หน้าที่ทางเราเท่าไร แต่ก็เข้าใจได้ว่ารอบแรกอาจจะยังมีปัญหา เราโกรธ แต่เราไม่ได้แค้นเคืองอะไร

ล่วงเวลามาหลายเดือนอยู่ (จำได้ไม่ชัดเจน) อยู่ๆ บิล ก็หายไปอีกรอบ และก็เกิดการดราม่าเรื่องเดิม ซ้ำเหมือนเดิม เป็น “ครั้งที่สาม” ที่มีปัญหาเรื่องบิล คุณแม่ก็ย้ำไปแล้วว่าเป็นปัญหาอีกแล้วนะ รบกวนแก้ไขด้วย และย้ำด้วยว่าช่วยมาจัดการหน่อยเถอะ มันเป็นปัญหาอีกแล้วไม่อยากจะทนอีกแล้วนะ

หายไปอีกหลายเดือน บิลก็หายไปอีกแล้วครับ เหมือนเดิมเป๊ะ และวนลูปเหมือนเดิม ที่แตกต่างคือผมเป็นคนจัดการ ผมเลยโทรไปจัดการเปลี่ยนให้เรียบร้อยพร้อมกำชับว่าให้เปลี่ยนทั้งหมดที่จดทะเบียนชื่อนี้ โดยให้ส่งเป็นบิลกระดาษมาทั้งยอดที่หายไปและในอนาคต และย้ำว่านี่คือรอบที่สามแล้วที่เกิดเรื่องนี้ ผมหงุดหงิดมาก และบอกไปว่า ส่งยอดปัจจุบันมาให้ผมด้วยผมจะได้ไปทำการจ่ายนั่นคือดราม่า “ครั้งที่ 4”

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ระบบเปลี่ยนเป็นบิลกระดาษให้ครับ แต่งวดที่ไม่ได้ส่งมา มีส่งมาให้เร่งด่วน “เบอร์เดียว” และแน่นอน เบอร์อื่นก็ตกหล่นหายไปอีกหนึ่งเดือน ตรงนี้ผมเองก็ยอมรับว่าพลาดที่ไม่ได้ตามกับพนักงานว่ามาครบทุกเบอร์มั้ย มาไล่ถามทีหลังก็เพิ่งรู้ว่ามาเบอร์เดียว คือเบอร์ที่โทรไปด่านั่นแหละ

ผมเห็นใบแจ้งหนี้ของเดือนถัดมาแจ้งว่ามียอดคงค้างรอบที่แล้วอยู่ และให้จ่ายวันที่ 11/7/2561 ผมเลยคิดว่า โอเค งั้นเดี๋ยวเดือนหน้าจะจ่ายรวบยอดไปเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอน ถ้ามันง่ายอะไรแบบนั้นก็น่าจะดี แต่ก็พลาดเองครับ

“ครั้งที่ 5” ที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายคือวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา คือการที่เบอร์คุณปู่ผมโดนระงับอีกรอบ โดยที่ความสำคัญครั้งนี้คือ ท่านกำลังจะโทรไปสั่งซื้อหุ้นกับโบรคเกอร์ และกลายเป็นเสียงผู้หญิงระบบอัตโนมัติ ท่านก็งงๆ และมาต่อว่าผมว่า “ทำไมไม่ไปจ่ายเงินเขา”

ผมจัดการโทรไป 1678 และกดเบอร์ที่โดนระงับ มีระบบอัตโนมัติแจ้งว่าระงับเพราะไม่จ่ายเงิน พร้อมจะปลดล็อคชั่วคราว และให้จ่ายเงินภายใน 1 วัน ผมต้องการคุยกับ “คน” เพราะจะโวยเรื่องบิลที่บอกให้แก้แล้วไม่ส่งมาให้ แน่นอนว่าโทรไม่ได้ โดนปฏิบัติตนเหมือนลูกหนี้ชั้นเลวไปเสียแล้ว

ต้องปลดล็อคก่อน รอให้โทรได้ แล้วค่อยโทรกลับเข้าไป Call Center อีกรอบ ผมเตรียมโทรเข้าไปเพื่อโวยเรื่องนี้ ตอนนั้นผมยอมรับว่าหงุดหงิดเต็มที่ บอกว่าทำไมเรื่องนี้มันเกิดอีกแล้ว งั้นช่วยปลดล็อคทุกเบอร์ที่โดนล็อคได้มั้ยแล้วช่วยปลดไปจนถึง due ของบิลรอบหน้าทั้งหมดเลยผมจะได้จัดการทีเดียว

คำตอบคือปลดล็อคได้ 1 วันเท่านั้น และถ้าจะให้ลากยาวไปถึงวันที่ 11/7 ต้องขออนุมัติพิเศษเท่านั้น และให้คำตอบไม่ได้ว่าจะรู้ตอนไหน

ตอนนั้นผมเดือดและบอกว่า มันเป็นปัญหาที่ทางคุณผิดซ้ำซากที่ทำให้เกิดปัญหานี้นะ แล้วกลายเป็นผมต้องมาเดือดร้อนพวกนี้ให้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเลย พนักงานก็ตอบได้แต่คำตอบที่เซ็ทมาเลยครับ “ต้องขออภัยด้วย เป็นความผิดพลาดของระบบ และจะดำเนินการแก้ไขให้ค่ะ” จนผมเดือดแล้วพูดไปเลยว่า “ถ้าคุณพูดได้แค่ประโยคเดียว ก็เอาที่สบายใจละกัน” แล้วก็วางสาย

ยอมรับว่ากิริยาตอนนั้นโมโหมาก ถึงมากที่สุด จนทำมารยาทไม่สมควรไป (เข้าใจว่าน้องเค้าก็ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วต้องมารับหน้าผม) แต่มันเดือดมากกับปัญหาซ้ำซากตรงนี้แล้วครับ ตอนนั้นเอง คุณแม่ที่ได้ยินปัญหานี้อีก สั่งลงมาว่า “ย้ายค่ายเท่านั้น และไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว”

อ้อ คุณแม่หาเบอร์โทรไปด่า dtac อีกรอบด้วยครับ และบอกว่าให้ไปจัดการให้เรียบร้อยและให้ผู้ใหญ่ติดต่อมาเพื่อรับทราบตรงนี้ด้วย โทรไปตอนเที่ยงๆ ได้ แน่นอนครับ ไม่มีใครโทรกลับครับจนสิ้นวัน คงอาจจะเป็นปัญหาที่ไม่ได้สำคัญกับผู้ใหญ่มั้ง

แล้วก็ถึงขั้นตอนย้ายค่าย

เย็นวันนั้นผมจึงเดินหน้าไป เซ็นทรัลพระราม 3 เพื่อย้ายค่ายทันที และหิ้วคุณพ่อที่ไม่รู้เรื่องอะไรไปด้วย เพราะเป็นเจ้าของเบอร์ (ฮา)

อ้อ การย้ายค่ายเบอร์เดิมให้เอามือถือเครื่องที่จะย้ายค่ายไปด้วยนะครับ เพราะต้องมีการกดรหัสย้ายค่ายด้วยมือถือ หรือจะเอาซิมไปแทนก็ได้ แต่มันน่าหงุดหงิดต้องมาถอดเข้าออก ผมเลยจัดการเอามือถือ 5 เครื่องที่ใช้อยู่ไปด้วยกันเลย

เมื่อไปถึงศูนย์ dtac พนักงานเข้ามาต้อนรับแล้วพูดว่า “ย้ายค่ายเบอร์เดิมครับ” พนักงานยิ้มแย้มตอนรับอย่างดีว่า

“ย้ายเข้าใช่ไหมคะ?”

“ไม่ครับย้ายออกครับ”

พนักงานก็หน้าเปลี่ยนไปทันที….

“ย้ายออกทั้งหมด 5 เบอร์ครับ”

พนักงานหน้าไม่ดียิ่งกว่าเก่า คุณพ่อเข้าไปนั่งรอในร้าน ผมเองจึงจัดการไปที่เคาน์เตอร์พร้อมแจ้งว่าเบอร์ลงทะเบียนทั้งหมดเป็นของคุณพ่อ โดยเจ้าตัวมาด้วย

เมื่อไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ ผมจึงแจ้งเบอร์ที่ทำการจะย้ายออกทั้งหมด พร้อมเอามือถือ 5 เครื่องมาวางเรียงกันไว้ เพื่อรอกดโค้ด พนักงานก็จดเบอร์ที่ผมบอกและคีย์เข้าระบบไป จนพนักงานมองแล้วไปเรียกพนักงานอีกท่านหนึ่ง (ซึ่งเข้าใจว่าตำแหน่งใหญ่กว่ามั้ง) มาดูหน้าจอ

จนเค้าเริ่มตระหนักได้ว่าเบอร์ที่ย้ายทั้งหมด อายุเกิน 10 ปีทั้งหมด และผมได้รู้ อีกด้วยว่า เบอร์ของคุณปู่นั้นอายุ 17 ปีกว่าๆ ได้ ผมเลยนั่งเปิดเวป dtac อยู่ 17 ปีกว่าๆ ที่แล้วนั่นมันปีแรกที่ตั้งบริษัทเลยนะนั่น โห (แก้ไขเพิ่มเติม: เป็นปีแรกที่ใช้แบรนด์ DTAC ครับ)

พอเค้ารู้ว่าเบอร์พวกนี้อยู่มานาน หน้าเริ่มถอดสี และเริ่มชักจูงทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้อยู่ต่อ

“อยากรู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ”

“เห็นเบอร์ทั้งหมดนี้อยู่มานานมาก ยังไงขอโอกาสแก้ตัวอีกได้ไหมคะ”

“ยังไงให้เราช่วยเหลือเรื่องอะไรได้บ้างมั้ย”

โอเคนะ ผมเข้าใจว่าพนักงานหน้าสาขาไม่รู้เรื่องเกิดอะไรขึ้นต้องมารองรับตรงนี้ ซึ่งเค้าไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่ต้องมารับเรื่องที่เกิดจาก Brand ที่ทำไว้ เค้าก็คงรู้สึกไม่ดี

นอกจากคำถามแล้วพนักงาน dtac ยังใช้ลูกเล่นทุกวิถีทางเพื่อที่จะไม่ย้ายค่าย เช่นบอกว่า อยากให้ลูกค้าไปเดินเล่นรอก่อน จะต้องรอดำเนินการ ผมก็ยังยืนยันว่า ไม่เป็นไร รอได้ และเอาตรงนี้ให้จบ

และมีเทคนิคหลอกอันเดิมที่บอกว่า “ลูกค้าติดโปรโมชั่นพิเศษตามสัญญาอยู่นะคะ” ผมก็ยืนยันไปว่า “จะย้าย มันย้ายได้ด้วยสิทธิ์ของผม” และแน่นอน ผมโดนทางผู้ใหญ่สั่งมาให้ดำเนินการให้หมดให้เสร็จภายในวันนั้น

“ทางเราขอโอกาสอีกครั้ง” ผมตอบได้แต่ว่ามันไม่มีแล้วเพราะนี่คือรอบที่สามแล้ว พนักงาน 1 ท่านเดินไปหาคุณพ่อที่อยู่ด้านหลังเพื่อชักจูงอีก (นับว่าฉลาดดี แต่ก็ข้ามหน้าผมไปเหมือนกันนะ) จนสุดท้ายคุณพ่อที่นั่งอยู่ด้านหลังทนไม่ไหวเดินมาถามว่า “สรุปยังไง” ทำให้รู้ว่าคงให้ตายยังไงก็จะย้าย จึงดำเนินการย้ายค่ายให้ ซึ่งก็คือปิดยอดคงเหลือทั้งหมดนั่นเอง

เมื่อชำระเสร็จแล้ว ก็เตรียมกดโค้ด…. แน่นอนครับว่าไม่มา เพราะรอเคลียร์ยอด แต่สิ่งที่ได้ผมเรียนรู้ทันทีที่กดโค้ดย้ายค่าย คือ SMS คุณจะโดน Spam ด้วยสุดยอดโปรโมชั่นเด็ดๆ เพื่อง้อให้คุณไม่ย้ายค่าย ดังนั้นถ้าใครอยากได้โปรดีๆ ลองกดเบอร์ย้ายค่ายดูนะ และนอกจากโปรโมชั่นแล้ว คุณจะยังโดนบอมบ์ด้วย การโฆษณาจาก dtac ว่าคลื่นใหม่ Turbo ดียังไง dtac มีอะไรดีๆ ให้คุณ บลาๆๆ

และที่แสบกว่า อันนี้ไม่รู้ตั้งใจหรือเปล่าคือ sms ที่เป็น PIN สำหรับย้ายค่ายนั้น มีการแฝงโฆษณาเต็มไปหมดแล้วแอบซ่อน PIN หาให้ยากๆ ไว้ เออ เจริญมาก

สุดท้ายผมก็ดำเนินการย้ายค่ายทันที 4 เบอร์ย้ายไป AIS 1 เบอร์ย้ายไป True เป็นอันเสร็จพิธีครับ ผมยังมีเบอร์หลักของพี่สาวที่เป็นลูกค้า dtac อีกเบอร์ (ชอบกดโปรได้ของกิน กับบริการ) และอีก 2 เบอร์ ที่ผมเพิ่งรู้ว่ามีด้วย…. ซึ่งเดี๋ยวจะสอบถามต่อไปว่าเบอร์อะไร ไม่คุ้นเลย ถ้าไม่ได้ใช้หรืออะไรจะได้จับย้ายให้หมด

เข้ามาวันนี้ก็ยังมีโทรศัพท์จาก 1678 จะโทรมาง้อและสอบถาม ผมตอบคำถามอีกครั้งว่าเกิดจากอะไร ซึ่งมันน่ารำคาญมาก เพราะเท่ากับผมบอก CC ไปหนึ่งรอบ บอกหน้าสาขาไปหนึ่งรอบ แล้วต้องมาบอกอันนี้อีกรอบ คือเพื่ออะไร

หลังจากผมตอบย้ำไปว่ามันจะมีอีก 4 เบอร์ที่ย้าย ห้ามโทรมาสอบถามอีก เพราะผมชี้แจงไปหมดแล้ว จบสิ้นกันซักที

ผมรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้?

ผมเข้าใจนะว่าระดับบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือมีลูกค้าเยอะหลักล้านรายทำให้การบริการอาจจะต้องมีระบบมาตรฐานและไม่ยืดหยุ่นสำหรับลูกค้าที่ดีพอ

สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไมมันเกิดปัญหาซ้ำๆ กัน ทั้งๆ ที่ย้ำไปมากกว่า 1 รอบแล้ว ไม่รู้ระบบคุณมันห่วยแตกขนาดไหนหรือว่ายังไง จากแบรนด์ที่ผมชอบกลายเป็นแบรนด์ที่ผมรังเกียจมาก และเอือมทุกครั้งที่เกิดเรื่องแล้วผมต้องประสานงาน 1678

ผมแปลกใจว่าทำไมเมื่อเกิดเรื่องมีการต่อว่าไปและต้องการคำตอบ เหมือนไม่ได้รับการยกระดับความสำคัญ หรือใดๆ ทั้งสิ้น ผมรู้สึกได้เหมือนกับว่า Call Center เปิดมาเป็นที่รองรับอารมณ์ลูกค้า แล้วก็ไม่ได้รับการใส่ใจในการแก้ปัญหา ทั้งๆ ที่ทั้ง AIS กับ True ไม่เคยก่อปัญหากับผมแบบนี้ (แต่เจ้าที่ระยำจนผมเลิกใช้คือ TrueFiber ครับ ซึ่งไปๆมาๆ เหมือนผมไปจุดไฟมหากาพย์ในนั้นเลยว่ามีการโกงกันในนั้นเลย แต่ผมก็ไม่สนอะ เลิกใช้ ไม่ใช่ปัญหาเรา)

ซำร้ายคือ ทำไมต้องรอให้มันถึงสุดท้ายท้ายสุดก่อน ถึงจะมารู้ตัวว่าต้องง้อลูกค้าไว้ คือต้องให้เกิดการย้ายค่ายจริงๆ ทั้งๆที่เราต่อว่าอะไรไปหลายรอบแต่ไม่เคยมีการสนใจใยดีใดๆ ทั้งสิ้น และประวัติลูกค้าหรืออะไรทั้งหลายมันสามารถเห็นได้ตั้งแต่ทางแบรนด์จะบริการลูกค้าแล้วไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตาม

มันตลกตรงที่ คุณรู้จักจะมาพูด ตอนทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แล้วมันรู้สึกด้วยซ้ำว่าเราเป็นอะไรที่แบรนด์ไม่เคยใส่ใจเรามาก่อน จนต้องถึงที่สุดจริงๆ ถึงจะรู้ตัว

มันทำให้ตลกตรงที่ลูกค้าดีๆ ตั้งใจใช้บริการไม่เคยได้รับการเหลียวแลหรือสนใจ ต้องเป็นลูกค้าที่โวยวายและเรียกร้องเยอะๆ ก่อเรื่องเยอะๆ เค้าถึงจะมีวิธีรับมือ

มันอาจจะเป็นระบบหรือ Protocol ที่ออกแบบมาไว้แบบนี้ ถ้าลูกค้ายังไม่ Submit ย้ายค่าย >>> ยังไม่ต้องดำเนินการใดๆ นอกจากขอโทษ ทนๆ รับคำด่าไปก่อน

ใช่ครับ มันอาจจะ Business Sound แต่ในแง่ของจิตใจลูกค้า ทั้งที่เราด่าไปแล้ว มีเรื่องไปแล้ว คุณไม่ใยดีใดๆ จนต้องย้ายออกถึงจะมาสนใจ มันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ

คือผมบอกเลยผมหงุดหงิดกับ dtac มาก คือผมรู้สึกว่าต่อให้ “ให้โอกาสอีก” ผมก็จะต้องมาปวดหัวเรื่องบิลอีกแน่นอน คุณแม่และผมแค้นขนาดว่า ต้องดำเนินการให้มันจบๆ ไป มันสุดจะทนแล้วจริงๆ

ถามว่าจะเปลี่ยนมาเป็นระบบ E-mail เข้ามาที่ผมคนเดียวให้ผมจัดการได้มั้ยหลังจากนี้? ได้ครับ แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำแล้วเลิกเป็นลูกค้า (เพราะมันมีเรื่องปัญหาเน็ทกากกับ Call Center ห่วยอีก) เพราะสิ่งที่เคยขอไปแก้ปัญหาให้ไม่ได้ และถ้ามันเป็นปัญหาจากระบบ คุณควรจะแนะนำผมให้ทำแบบนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ให้มันเกิดเรื่องขึ้นมาแบบนี้ คือความรู้สึกมันเสียไปหมดแล้วครับ

ผมเขียนขึ้นมาไว้เผื่อให้ใครเข้าใจว่าทำไมผมเกลียด dtac ขนาดนั้น และสาปส่งอยู่ตลอดเวลา บางท่านอาจจะมองว่า เป็นหน้าที่ของเราเองที่จะต้องรับผิดชอบการจ่ายเงินแม้ว่าจะเปลี่ยนช่องทางยังไง ถ้าเป็นยังไง dtac ก็ควรแจ้งผมไปเลยว่า จะไม่มีการออกบิลกระดาษแล้ว ผมจะได้ตัดสินใจย้ายค่ายไปเลย เพราะคุณทำให้ตรงความต้องการผมไม่ได้

และคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็น Case Study สำหรับคนอื่นที่ทำธุรกิจได้บ้างว่า เรื่องมันเกิดคืออะไร และอาจจะเป็น Feedback ที่ดีกลับไปทาง dtac เองว่าเกิดอะไรขึ้นและจะปรับปรุงอย่างไร และผมเองก็หวังว่า dtac จะปรับปรุงตัวเองขึ้นมาเพื่อที่จะแข่งกับอีกสองค่ายที่เหลือได้

และอย่าโปรโมทเรื่องการบริการที่ดีเป็นลมปาก เพราะเมื่อคนเกลียดคุณแล้ว มันทำให้น่ารังเกียจเข้าไปอีก

ปล. ยาวชิบ…..

24 thoughts on “เล่าประสบการณ์เหลืออดย้ายค่าย dtac พร้อมกัน 5 เบอร์ที่ใช้มานานกว่า 10 ปี

    • สวัสดีครับ คุณ dtac turbo ผมเห็นด้วยนะว่าคนเราเจอประสบการณ์แต่ละแบรนด์ไม่เหมือนกัน ผมเองก็เล่าในมุมที่เจอกับ dtac ครับ

  1. เจอเหมือนกันครับกับ Dtac ใช้มาตั้งแต่คุณแม่ ประสบการณ์คล้ายกันเลย คืออินเตอร์เน็ต บิลค่าโทรศัพท์ CC ถึงจะได้ Benifit ตรง Dtac Reward แต่ไม่คุ้มเลยกับการที่ต้องมาเจอประสบการณ์เลวร้าย จากค่ายที่เป็นอันดับหนึ่งในใจ จนตอนนี้ผมเห็นด้วยที่กลายเป็นอันดับสาม จากทรูที่เมื่อก่อนผมเคยได้ยินว่าไม่โอเค แต่พอมีเคสเดียวกับ Dtac ทรูก็แก้ปัญหาได้ดีกว่ามากๆ

    ทุกวันนี้เหลือแค่เบอร์คุณแม่เหมือนกันครับที่ใช้ เพราะคุณแม่ไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ทนอกบ้านเท่าไหร่

  2. ผมโหลดแอปของดีแทคไว้ที่เครื่อง​ เขาแจ้งหนี้ผ่านแอปของเขา​ จ่ายค่าโทรได้ทันที​ ไม่ต้องรอใบแจ้งหนี้
    ก็โอเคนะ

    • จริงๆ ถ้าผมใช้เอง ผมก็คงทำแบบนั้นครับ แต่อันนี้คือมันเยอะ หลายค่ายเลยให้บัญชีที่บ้าน ทำให้เป็นประจำอยู่แล้วไป อีกอย่างการที่ชื่อจดทะเบียนเป็นคุณพ่อ ทำให้หลายอย่างวุ่นวายกว่าที่คิดเยอะเลยครับ

  3. นี่ยังไม่รวมปัญหาที่ไปเที่ยวบนเขา แล้วเพื่อนทุกคนเล่นอินเตอร์เน็ตได้หมด มีแค่ Dtac ค่ายเดียวที่ เล่นไม่ได้

    True กับ AIS ได้หมดสบายๆ

  4. ดีแทคกากมากยืนยันอีกคนจ่ายโปรแพงเท่าทรูแต่เน็ตทรูวิ่งปี๊ดแต่ดีแทคหมุนติ้ว ๆ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับสถานที่เพราะไปไหนดีแทคก็หมุนไม่วิ่งทุกที่ จากใจคนใช้ทรู

  5. ผมก็เจอแบบมีค่าติดตามทวงหนี้ค่าโทรที่ค้างจ้างด้วย โทรมายังกับผมไปกู้เงินเค้า พอเปลี่ยนเป็นเติมเงินเจอค่าติดตามทวงหนี้ เออ…สรุปเราเป็นลูกค้าหรือเป็นลูกหนี้เงินกู้ครับ

  6. ของผมเหลือเบอร์ของพ่อเบอร์เดียวที่ยังเป็น dtac เพราะได้โปรเติมเงินเท่าไหร่ก็ได้ ได้100วัน เจ้าอื่นไม่มีโปรแบบนี้แล้ว(ถ้ามีก็ย้ายไปแล้ว) ขนาดโทรศัพท์เป็นรุ่นโทรออก-รับสายอย่างเดียว(Happy Phone 3G)ไม่ได้เปิดโปรเน็ตยังโดนsms ขยะ โทรไปdtac บอกกดเว็บสมัครเองป่าว จาบร้าเรอะ!

  7. ผมเองเพิ่งโดน ใช้ net แบบ unlimit สองวันก่อนมี sms. แจ้งว่าจะลดความเร็วที่เคยได้รับลง เฮ้ย!มันอะไรกันว่ะ ใช้มาเกือบห้าปี สงสัยต้องย้ายค่ายเหมือนกัน นับวันมันห่วยลงเรื่อยๆ เอาเปรียบลูกค้าแบบด้านๆ แย่จริงๆ

  8. ไม่ใช่พนักงานดีแตกนะคะ แต่อ่านแล้วคุณเยอะจริงๆ ค่ะเข้าใจว่าดีแตกบริการห่วย แต่อ่านดูคุณก็เรื่องเยอะออกแนวเบ่ง ปัญหาพวกนี้แก้ง่ายมากโดยการตัดบัตรเครดิตหรือหักผ่านบัญชีอัตโนมัติ แต่ถ้าคุณกลัวบิลผิดพลาดคุณก็ต้องคอยเช็คค่ะ เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าคุณมีกี่เบอร์ ก็ไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องพวกนี้ ไม่ต้องมาด่ากลับนะคะ ดิฉันเป็นคนกลาง หวังว่าคุณจะยอมรับความเห็นต่างได้

    • ผมเข้าใจว่าแต่ละคนมีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกันครับ อย่างผมเองถ้ามาตัดอัตโนมัติแล้วต้องมานั่งไล่เองใน Statement ก็ไม่สะดวกผมเท่าไร และถ้าผมมีหลักฐานกระดาษที่ออฟฟิศรับมาจัดการเรื่องเอกสารอยู่แล้ว อันนี้คือสะดวกผมครับ

      แต่ถ้าแบรนด์ทำไม่ได้แต่แรก ไม่ควรรับปากมั่นเหมาะว่าจะแก้ให้ แล้วระบบก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีก ซ้ำๆที่ผมโมโหคือตรงนี้

      ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้เรื่องเยอะหรือต้องการจะเบ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นนะ เรียกได้ว่าความโมโหและแค้นมากกว่า

  9. ผมพึ่งย้ายมาใช้ดีแทค 6/61 เองคับ เป็นปัญหาเหมือนกันเลยอยู่บ้านสัณญาณ 1-2ขีด โทรไม่ค่อยติดแต่เล่นเน็ตได้ พอมาอยู่ห้าง สัณญาณเต็มโทรได้ปกติ แต่เน็ตเล่นไม่ได้เลย ดูยูทูปหมุนติ้วๆตลอด ผมจะย้ายออกได้ไหมคับ

  10. ถ้าผมเป็นผู้บริหารดีแทคแล้วได้อ่านบทความนี้ จะต้องขอบคุณคุณมากๆ เพราะนอกจากชี้ให้เห็นถึงปัญหาหลักแล้ว ยังแนะนำเรื่องคุณภาพของการจัดการด้วย ถ้าเขามองข้ามไป ก็คงได้แต่นับถอยหลังจำนวนผู้ใช้ลงทุกปี

  11. เจอเหมือนกัน ตอนเป็นลูกค้าไม่ใส่ใจ พอจะย้ายค่ายทำเป็นเห็นความสำคัญมาเชียว ลูกค้าแต่ละคนก็แตกต่างกัน ถ้าไม่สามารถบริการได้ตรงตามที่ลูกค้าต้องการก็ควรจะพิจารณาตัวเองนะคะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเยอะหรืออะไรหรอกค่ะ ลูกค้าทุกคนก็เรื่องเยอะทั้งนั้นแตกต่างกันไป หากบริการไม่ได้ก็ควรใส่ใจชี้แจงให้รายละเอียดและช่วยเหลือแบบเต็มใจมากกว่าจะละเลยแบบนี้

  12. เห็นด้วยทุกประการค่ะ
    ไม่เชื่อว่า ผู้บริการดีแทค ไม่ทราบเรื่องนี้ ร้องเรียนเรื่องสัญญาณ มาอย่างน้อย 2 เดือนแล้ว ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ (ร้องเรียนมากกว่า 10 หมายเลข)
    ไม่เจอกับตัวเอง ไม่ทราบหรอกค่ะ (ปัญหามันไม่มีทางออก เยียวยา ก็ไม่เยียวยา เบอร์ไหน ไม่ติดสัญญาใดๆ ก็ไม่ลังเลใจที่จะย้ายออก เบอร์ไหนติดสัญญาซื้อเครื่อง ก็รอวันหมดสัญญากัน เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบไปมากกว่านี้ หมดสัญญาซื้อเครื่อง ก็คงสาปส่งกันไปค่ะ)

  13. เจอมาเกือบๆปีแล้วเหมือนกันกับอินเตอร์เน็ตที่แย่
    มาก เคยใช้ดีมาก่อนจนไม่ต้องพึ่งเน็ตที่ทำงาน พอมาเจอแบบแย่ๆก็อดคิดถึงการย้ายค่ายไม่ได้ แถมชอบมีแต่จะมาเสนอขายแพ็คเสริม ก็แพ็คหลักมันห่วย ใช้ยังไงก็ไม่หมด ก็มันใช้ไม่ได้ แล้วใครจะบ้าไปซื้อเพิ่ม ตอนนี้ให้โอกาสอีกสักระยะ เพราะใช้มานาน

  14. ปัญหาสัญญาแย่นี้ดีแทคโดนด่ามาหลายปีแล้วครับตั้งแต่เค้ามีดราม่าประมูลคลื่นสมัย 3Gยุคปลายอย่างเนืองๆ

    ผมใช้งานอยู่ทุกวันนี้ก็รู้เลยว่าสัญญาณ weak สุดในบรรดา 3 ค่าย ที่ยังใช้อยู่เพราะได้โปร 50% เน็ตล้นแบบราคาไม่แพง เลยใช้อยู่เรื่อยมา แต่ตอนสิ้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาผมก็เกือบได้ย้ายแล้วเหมือนกันเพราะว่าพี่แกทำท่าจะไม่ต่อโปรนี้ให้ แต่สุดท้ายพนักงาน cc ใน line เหมือนรู้ตัว เลยรีบดำเนินการให้

    ส่วนเรื่อง CC ตรงนี้สองค่ายที่เหลือกินขาดครับ ติดต่อง่าย คุยง่ายกว่าเยอะ

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: