PolarKen

Tech.Lifestyle.Business.Thought

24 ชั่วโมงแรกกับ Android P บน Pixel 2 XL

เมื่อวาน Google ได้มีการปล่อย Android P Beta ให้คนที่ลงทะเบียนร่วม Beta ได้โหลดกัน ถ้าใครมีเครื่องที่ได้รับสิทธิ์ลองไปกด Enroll เครื่องกันได้ที่ https://www.google.com/android/beta ตอนนี้ที่ทำได้เหมือนจะมี Pixel, Pixel XL, Pixel 2 และ Pixel 2 XL ส่วนเครื่องอื่นๆ เหมือนจะต้อง Flash กันเอง

ข้อดีของการ Enroll แบบนี้คือโหลด OTA มาอัพเดทแล้วใช้งานต่อได้เลยไม่ต้อง Flash ลงใหม่ แถมอานิสงส์

จะสรุปคร่าวๆ เร็วๆ เท่าที่ผมเจอ

ใช้งานได้ แต่ Bug เยอะ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการความเสถียร

ใครที่ใช้เป็นเครื่องหลักในการทำงานหรือเล่นเกมแบบคอขาดบาดตาย กลัวว่าแอพอันไหนจะยังใช้ได้ไม่สมบูรณ์หรือยังไง ไม่แนะนำให้อัพ ผมเจอจอดับภาพหาย หรือแสดงผลผิดพลาดต้องรีบูทอยู่ 2 รอบภายในวันเดียว

หรือเปิดแอพแล้วโหลดนาน แอพเด้งขึ้นมาซ้อนกับเมนูก็มี อาจจะเป็นเรื่องการปรับหลายอย่างที่ยังไม่ลงตัวเท่าไร

แต่สำหรับการใช้ทั่วไป โทรออก หรือเปิดแผนที่ ใช้แอพ (ผมไม่เล่นเกม) ยังไม่เจอปัญหาอะไรร้ายแรงจนถึงขนาดใช้งานไม่ได้ครับ

ฟีเจอร์ที่เน้น AI เพิ่มขึ้น ต้องดูยาวๆ

จุดชูโรงอีกอันคือเรื่องของการใช้ AI กับ Deep Learning มาช่วยเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมการใช้งานเรามากขึ้น อย่างเช่น Adaptive Battery จะช่วยดูพฤติกรรมการใช้งานของเราแล้วช่วยปรับการทำงานของแอปเพื่อประหยัดแบตมากขึ้น

Screenshot_20180510-135412.png

หรือ Adaptive Brightness ที่ปกติจะใช้เซนเซอร์วัดแสงอย่างเดียว มาตอนนี้เราสามารถสอนได้ว่า ประมาณนี้มืดไปสว่างไป ให้เหมาะกับช่วงแสงที่เหมาะสมด้วย ซึ่ง Pixel 2 XL จะเรียนรู้ตรงนี้ด้วย

แล้วก็มีส่วนของ Google Assistance แต่บอกตรงๆ ผมไม่ค่อยได้ใช้อะ อันนี้ขอเวลาลองเล่นอีกแป้ป

UI หน้าตาปรับเปลี่ยนพอตัว เพิ่ม Gesture นาฬิกาไปอยู่มุมซ้าย

หน้าตา Material Design เปลี่ยนพอตัว เพิ่มสีสันเข้าไปมากขึ้น และเน้น Card เหมือนกรอบขอบมนมากกว่าเดิม

นาฬิกาโดนตัดไปอยู่มุมซ้ายบนเพื่อรองรับหน้าจอแบบมี Notch หรือติ่งด้านบนจออย่างชัดเจนที่ Google ประกาศรองรับก่อนหน้านี้

มีการเลือกให้สามารถเปิด Gesture ได้ โดยแทนที่จะกดปุ่ม Recent Apps ด้านขวา เปลี่ยนมาเป็นการปัดจอขึ้นจาก แถบ Home ด้านล่าง ปุ่ม Back จะถูกซ่อนไว้ถ้าหน้านั้นไม่มีการ Back แล้วจะโผล่มาถ้าเราสามารถกดได้ ส่วนการกดปุ่ม Home คือกดตรงกลางเหมือนเดิม

Gesture การปัดขึ้นผมก็ยังไม่ค่อยชินเท่าไรแฮะ รู้สึกว่ามันยังขาดๆ เกินๆ น่าจะต้องยังมีการปรับปรุงต่อๆ ไป คือตอนนั้นปัดขึ้นเพื่อเข้า Recent Apps แต่ยังต้องกดปุ่มเพื่อเข้า Home อยู่ มันไม่ค่อยลื่นไหลเท่าไร

Screenshot_20180510-113851.png
หน้าตา Navigation แบบเดิม Back Home Recent Apps จะเรียงแบบนี้
Screenshot_20180510-113831.png
แบบ Gesture จะเป็นแบบนี้แทน Home ยังกดที่เดิม แต่ปัดขึ้นแทนสำหรับการเข้าเมนู Recent Apps

 

Transition Effect เปลี่ยนไป เน้นความวูบวาบมากขึ้น

Android P เพิ่มขึ้นชัดเจนมากเรื่องนี้คือเวลาเรากด Home ออกจากแอพ แทนที่จะแว่บหายไป ก็กลายเป็นหน้าต่างย่อแล้วโดนปัดไปด้านซ้ายเองการเปิดแอพ ก็ขยายออกมาจากตัวไอคอน ไม่ใช่แบบตัดฉากเฉยๆ แล้ว

มันให้ความบันเทิงเบาๆ และกลิ่น iOS บน iPhone X พอตัว แต่ส่วนตัวผมแอบรำคาญนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็คงชินมั้ง

แต่เออที่ผมชอบอีกอันคือเวลาเราตะแคงหน้าจอ ต่อให้เรา Lock การหมุน จะมีปุ่มขึ้นมาให้กดหมุนแบบ Manual ตรงมุมขวาล่างของจอได้ด้วย เป็นฟีเจอร์ที่ดีพอตัวเลย ไม่ชอบมานั่งปิดๆ เปิดๆ ที่ล็อคหมุนจอ แบบนี้ก็จบดีเหมือนกัน

สรุป Android P Beta

เป็นการปรับเปลี่ยนหน้าตานิดหน่อยจาก Android Oreo แต่เน้นลึกลงไปในด้านของ Software เบื้องหลังการทำงานมากกว่าการมี Features ใหม่ๆ ละ

ดังนั้นต้องดูกันต่อไปยาวๆ ว่าเรื่องของการใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำงานจะช่วยทำได้ดีขนาดไหน รวมถึงแนวทางการออกแบบส่วนของ Gesture Navigation ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่หรือไม่ด้วย

อย่าลืมว่านี่เป็น Beta หรือ Developer Preview 2 เท่านั้นเองกว่าจะออกตัวจริงอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรอีกก็ได้ครับ

แต่ผมรู้สึกเหมือนกันว่าตอนนี้ Smartphone เริ่มเข้าสู่ช่วงโตช้าลง อาจจะต้องรออะไรที่เป็น Breakthrough ครั้งใหม่เหมือนกันครับ

 

ใส่ความเห็น

%d bloggers like this: